ยินดีต้อนรับ

ยินดีต้อนรับทุกท่านที่เข้าชมทุกท่าน

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2553

การปลูกสละของธานินทร์ ใจห้าว

  • หลังจากจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้ไปฝึกอบรมวิชาชีพระยะสั้นการซ่อมวิทยุโทรทัศน์ กลับมาประกอบอาชีพช่างซ่อมวิทยุโทรทัศน์อยู่ที่บ้าน ในระหว่างนั้นได้ช่วยพ่อซึ่งมีอาชีพทำสวนยางพารา มีการปลูกไม้ผลบริเวณบ้าน เช่นเงาะ ลองกอง ทุเรียน ประกอบกับบริเวณบ้านมีพื้นที่ว่างใต้สายไฟฟ้าแรงสูง จึงได้มีความคิดว่าน่าจะปลูกสละได้จึงได้ไปศึกษาและซื้อต้นพันธุ์สละ มาจากสวนอาทิตย์ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี มาทดลองปลูกบริเวณหลังบ้าน 2 ต้น ราคาต้นละ 350 บาท ผ่านไปได้ 2 ปี เห็นว่าสละที่ตนนำมาปลูกมีการเจริญเติบโตดีมาก จึงได้ติดต่อขอซื้อพันธุ์สละเนินวงค์ จากสวนอาทิตย์ เพิ่มอีก 100 ต้น ในราคาต้นละ 300 บาท เมื่อประมาณ ปี 2541 ศึกษาเรียนรู้วิธีการปลูกและการดูแลรักษาจากตำรา จากสารคดีโทรทัศน์และที่สำคัญเจ้าของต้นพันธุ์ให้ความรู้คำแนะนำเป็นอย่างดี ในช่วงแรกการปลูกก็มีปัญหาเรื่องโรคเน่า ผลเน่า การผสมเกสร การให้ปุ๋ย การป้องกันกำจัดโรคและแมลง แต่เมื่อได้ศึกษาแล้วทำให้รู้ว่าต้องนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จะต้องลดรายจ่ายในการผลิตหรือลดต้นทุนในการผลิต จึงได้ทำการผลิตปุ๋ยหมักใช้เองในสวน สามารถลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมี ซึ่งปกติจะต้องใช้ปุ๋ยเคมี กอละ 2 กิโลกรัมต่อเดือน ได้นำเอาปุ๋ยหมักมาใช้ร่วมด้วย 1 กระสอบต่อกอ 2 เดือนใส่ครั้ง สามารถลดค่าปุ๋ยเคมีได้ไปครึ่งหนึ่ง คือในปัจจุบันนี้ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 จำนวน 1 กิโลกรัมต่อเดือน นอกจากนี้แล้วยังใช้น้ำหมักชีวภาพ สูตรต่างๆ เช่นสูตรป้องกันกำจัดศัตรูพืช สูตรบำรุงต้น บำรุงผล ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโดยใช้น้ำหมักชีวภาพ ในระบบสปริงเกอร์ เดือนละ 1 ครั้ง หัวเชื้อนำหมักชีวภาพที่ใช้ ได้รับการสนับสนุนจากหมอดินอาสา ของกรมพัฒนาที่ดิน มีการผลิตไว้ใช้อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของการทำปุ๋ยหมักแห้ง มีแนวคิดที่จะนำเอาทางใบสละ ที่ได้จากการตัดแต่ง มาหั่นย่อยให้ละเอียด ซึ่งมองเห็นว่าดีกว่าปล่อยไว้ระหว่างแถวสละ ให้ย่อยสลายเอง กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมเกษตรกรที่สนใจ มารวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เพื่อมีโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการขอรับสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนตำบล หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะนำเอาผลสละที่คัดแยกออก หรือผลที่ไม่ได้มาตรฐาน มาแปรรูปเป็นน้ำสละเข้มข้น ซึ่งอยู่ระหว่างการติดต่อประสานงานด้านวิชาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่เช่นกัน
  • การปลูกสละ ก็มีการขุดหลุมปลูกเหมือนพืชทั่วไป ระยะปลูก 3-5 เมตร ไร่หนึ่งจะปลูกได้ 150 ต้น ในช่วงที่ปลูก ได้ปลูกกล้วยเป็นพืชร่มเงา เมื่อสละโตทางใบถึงกันก็เอากล้วยออก ต้นเล็กที่ยังไม่ให้ผล ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ 2-3 กก./ต้น/ปี ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 จำนวน 1 กก./ต้น/ปี เมื่อผ่านไป 3 ปี สละเริ่มให้ผลผลิตก็ใส่ปุ๋ยหมัก กอละ 1 กระสอบต่อเดือน และให้น้ำหมักชีวภาพทางระบบน้ำเดือนละ 1 ครั้ง การให้น้ำต้องสม่ำเสมอทุกช่วงการเจริญเติบโต สละไม่ต้องการช่วงแล้ง เพื่อพักตัวเตรียมการออกดอกเหมือนพืชอื่น ส่วนการผสมเกสร มีการนำเอาสละต้นผู้มาปลูกไว้ในสวนด้วย 3-5 ต้น นำเอาละอองเกสรตัวผู้มาช่วยผสม โดยนำกระปุกดอกตัวผู้ที่บานแล้วมาเคาะหรือเลียบติดกับกระปุกดอกตัวเมีย โดยรอบ ต้นหนึ่งก็มีการช่วยผสมเกสรวันเว้นวัน เพื่อไม่ให้ติดผลต่อต้นมากเกินไป
รางวัลแห่งความขยัน
  • สำหรับการตัดแต่งหน่อและทางใบ สละจะแตกหน่อข้าง 3-4 หน่อ/ปี แต่จะเว้นไว้ไม่เกิน 4 ต้นต่อกอ ทางใบก็จะตัดเฉพาะที่จำเป็น โดยตัดทางใบด้านล่างของต้นที่ใบแก่ แห้ง และใบหักออก ส่วนการตัดแต่งทะลาย จะตัดให้เหลือ 6-8 กระปุก/ทะลาย นอกจากนี้ต้องทำการปลิดผล ให้เหลือ 15-20 ผล/กระปุก เอาเชือกฟางโยงทะลายยึดกับทางใบ เพื่อป้องกันศัตรูทำลาย ขณะนี้สวนธานินทร์ จะไม่นำเอาสารเคมีมาใช้ในสวนเลย พยายามหาวิธีการป้องกันกำจัดศัตรูพืชทุกชนิดด้วยสารชีวภาพ พร้อมทั้งการเก็บส่วนของผลที่เป็นโรคทำลาย เพื่อต้องการให้ได้ผลผลิตที่ปลอดสารพิษออกจำหน่ายแก้ผู้บริโภค สนับสนุนนโยบายรัฐบาลตามโครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน
  • ในการเก็บเกี่ยวผลสละ ต้องได้กำหนดเวลาเก็บเกี่ยว ผลที่แก่พร้อมเก็บเกี่ยว สีเปลือกจะเปลี่ยนจากสีน้ำตาลไหม้เป็นสีน้ำตาลแดง หนามที่เปลือกแยกห่างจากกันมากขึ้นกว่าเดิม และปลายหนามจะงองุ้มไปทางต้นกับผล ไม่เก็บเกี่ยวก่อนกำหนดจะทำให้รสเปรี้ยวและฝาด เมื่อเก็บแล้วก็นำมาคัดคุณภาพ บรรจุถุงละ 1 กิโลกรัม ส่งขายกิโลกรัมละ 50-60 บาท ขณะนี้ได้ผลผลิตเฉลี่ยวันละ 50 กิโลกรัม พื้นที่ปลูกรวมประมาณ 3 ไร่ หรือประมาณ 350 กอ